ควอลิตี้พลัสร่วม Thai Cosmetopoeia ผนึกกำลัง 23 บริษัทชั้นนำ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

Thai Cosmetopoeia
  • โครงการ Thai Cosmetopoeia ผลักดันพืชท้องถิ่นสู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
  • นายอัษฎา เทพยศประธานเจ้าหน้าที่บริหารควอลิตี้พลัสเข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ
  • สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมสนับสนุนภาคีทั้ง 24 บริษัท

บริษัท ควอลิตี้ พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมกับภาคีอีก 23 บริษัทชั้นนำภายใต้ ”โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทย ด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น” หรือ “Thai Cosmetopoeia” ณ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562 นายอัษฎา เทพยศประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ควอลิตี้ พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือภายใต้ ”โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทย ด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น” หรือ “Thai Cosmetopoeia” ซึ่งเป็นโครงการตามยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายในการดำเนินงานของ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมีแนวคิดนำเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของพืชพรรณผลผลิตและแหล่งวัตถุดิบต่างๆในพื้นที่ประเทศไทยมาพัฒนาสู่นวัตกรรมเครื่องสำอาง โครงการนี้ได้ความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน ทั้งอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมการแปรรูป สถานบันวิจัยชั้นนำ สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้โครงการประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์พร้อมทั้งพัฒนาสังคมท้องถิ่นไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

บริษัท ควอลิตี้ พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดมีแนวคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และยังมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นของไทยด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามให้ครอบคลุมคุณภาพชีวิตทุกย่างก้าวของผู้บริโภค เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลด้วยการชูเอกลักษณ์จากพืชท้องถิ่น พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทบร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ 23 บริษัทชั้นนำภายใต้”โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทย ด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น” หรือ “Thai Cosmetopoeia” โดยในปีแรกของโครงการนั้นจะเป็นการผลักดัน พืชที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มาเป็นพืชหลักและนำเข้าสู่กระบวนการวิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพในเชิงการค้า ได้แก่  1.ใบหมี่จากน่าน 2.ห้อมจากแพร่ 3.ครั่งจากลำปาง 4.ชาเมี่ยงจากเชียงใหม่ 5.บัวตองจากแม่ฮ่องสอน 6.สับปะรดห้วยมุ่นจากอุตรดิตถ์ 7.ถั่วเหลืองจากอุดรธานี 8.ชะลูดจากระยอง  9.มะพร้าวน้ำหอมจากสมุทรสงคราม และ 10.น้ำพุร้อนเค็มจากกระบี่